ประวัติการเกิดการนวดฝ่าเท้า

ประวัติการเกิดการนวดฝ่าเท้า

นับเป็นเวลากว่า 3,000 ปีมาแล้ว ชาวจีนเชื่อว่าฝ่าเท้าเปรียบเสมือนกระจกส่องสุขภาพและปัจจุบันการนวดกดจุดฝ่าเท้า(Reflexology) ได้รับการยอมรับว่า สามารถใช้รักษาหรือร่วมกับการรักษาโรคต่าง ๆ อย่างได้ผล เพื่อปรับการทำงานของอวัยวะให้สู่สภาพสมดุลตามปกติ ซึ่งเราสามารถนำไปปฏิบัติได้ด้วยตนเอง นอกจากจะนวดกระตุ้นเพื่อรักษาโรคแล้ว แม้ว่าคุณจะไม่ได้เจ็บป่วยอะไร ถ้าหมั่นนวดกระตุ้นทั่วฝ่าเท้าทั้งสองข้างอยู่เป็นประจำ วันละ 10 – 20 นาที ก็จะช่วยทำให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง มีความต้านทานโรคเพิ่มขึ้นวิธีนวดกดจุดโดยใช้แท่งไม้วางแท่งไม้ลงตรงบริเวณที่จะนวดกระตุ้นแล้วค่อย ๆ ออกแรงกด   ช้า ๆ พอให้รู้สึกเจ็บบริเวณนั้น ค่อย ๆ ผ่อนแรงกด แล้วนวดกระตุ้นซ้ำอีก ระยะเวลานวดแต่ละครั้งของการรักษาประมาณ 20 – 30 นาที ก่อนการนวดกระตุ้นเพื่อรักษาโรคใดก็ตามจะต้องนวดกระตุ้นพื้นที่สะท้อนของเส้นประสาทช่องท้อง (บริเวณกลางฝ่าเท้า) ก่อนทุกครั้งประมาณ 3 – 5 นาที จะทำให้ระบบประสาทร่างกายผ่อนคลาย ผลการรักษาดีขึ้น แล้วจึงนวดรักษาจุดอื่น ๆ ที่ต้องการโรคที่สามารถรักษาได้ปวดศีรษะ ปวดไหล่ต้นคอ คัดจมูก นอนไม่หลับ ท้องผูก หอบหืด หลอดเลือดหัวใจตีบตัน ตับอักเสบเรื้อรัง เบาหวาน ไตวายเรื้อรัง ความดันโลหิตสูง ต่ำ หวัด ภูมิแพ้ แผลในกระเพาะอาหาร ศีรษะล้าน อ้วน เครียดวัยหมดประจำเดือน ประจำเดือนผิดปกติ พัฒนาความจำเสริมภูมิต้านทานร่างกาย ชะลอความแก่  ข้อควรระวังในการรักษาด้วยวิธีนวดกดจุดฝ่าเท้าให้ร่างกายอยู่ในสภาพผ่อนคลายไม่ตึงเครียด อยู่ในสถานที่อบอุ่นสบาย ล้างมือ ล้างเท้าให้สะอาด ถอดเข็มขัด นาฬิกา แหวน ฯลฯ ไม่ควรนวดในช่วงกินอาหารเสร็จใหม่ ๆ ขณะร่างกายกำลังอ่อนเพลียมาก ภายหลังดื่มสุราหรือภายหลังอาบน้ำเสร็จทันทีโรคที่ไม่ควรรักษาด้วยวิธีนวดกดจุดฝ่าเท้าโรคติดเชื้อ ไข้สูง โรคที่ต้องรักษาด้วยการผ่าตัด หญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงต่าง ๆกระดูกหัก โรคหลอดเลือด หลอดน้ำเหลืองอักเสบหรืออุดตันความลับของการนวดฝ่าเท้าระบบการทำงานของร่างกายเรานั้นซับซ้อนยิ่งนัก แต่ละส่วนของอวัยวะมีกลไกที่เชื่อมโยงกันอย่างน่าอัศจรรย์ภาวะกดดันในบางจุดบางบริเวณในร่างกายสามารถส่งผลให้เกิดความเจ็บไข้ได้ป่วยไปยังอีกส่วนได้ ซึ่งก็แน่นอนว่ามันหมายความว่าถ้าเราไม่ทำการกระตุ้นหรือบำบัดรักษาเพื่อให้เกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับในอีกจุดหนึ่งก็จะสามารถส่งผลดีไปยังส่วนที่มีปัญหาได้สามารถบำบัดโรค และฟื้นฟูสุขภาพได้อีกทางหนึ่ง นอกจากจะมุ่งแต่การรักษาโดยใช้หยูกยาแต่เพียงอย่างเดียวเมื่อการนวด และกดจุดเท้ามีผลสืบเนื่องไปยังอวัยวะภายในจึงได้ประโยชน์ที่ว่านอกจากจะบำบัดโรคภัยแล้วยังส่งผลถึงเรื่องความสวยความงามได้อีกด้วย เพราะการที่คนเราจะมีผิวดี หรือผมสวยได้ก็ล้วนขึ้นอยู่กับความมีประสิทธิภาพของการทำงานของกลไกภายในเป็นสำคัญ

บริเวณฝ่าเท้าของคนเรานั้น มีเส้นลมปราณใหญ่อยู่ 6 เส้นเชื่อมต่อกับอวัยวะต่างๆ เราสามารถฝังเข็มกระตุ้นที่ฝ่าเท้า เพื่อรักษาความผิดปกติของอวัยวะที่เกิดขึ้นได้ ความเชื่อดังกล่าวของชาวจีนสอดคล้องกับผลการค้นคว้า ของแพทย์นักวิทยาศาสตร์ในยุคต่อมาที่พบว่า ความผิดปกติ ที่เกิดขึ้นที่อวัยวะ ส่วนหนึ่งส่วนใดในร่างกาย จะแสดงออกมาให้เห็นเป็นความผิดปกติ ที่พื้นที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของฝ่าเท้า และการกระตุ้นตำแหน่งต่างๆที่ฝ่าเท้า สามารถทำให้เกิดการทำงานของอวัยวะต่างๆได้

เท้าแม้จะเป็นอวัยวะเล็กๆแต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ ร่างกายเพราะรับภาระหนักถึง 3 ประการ คือ

1.  หน้าที่รับน้ำหนักร่างกาย โครงสร้างของเท้าประกอบด้วย กระดูก 28 ชิ้น ทำหน้าที่ในการพยุงกระดูกเชิงกราน และกระดูกสันหลัง จึงเท่ากับว่าต้องโอบอุ้มระบบโครงสร้างต่างๆของร่างกายไว้ทั้งหมด ร่างกายมีการทรงตัวได้ถูกต้องได้ ขึ้นอยู่กับกระดูกทั้ง 28 ชิ้นนี้

2.  หน้าที่ในการเคลื่อนไหว ขึ้นอยู่กับความสมดุลของแรงดึงกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น หากแรงดึงนี้ลดลง กระดูกทั้ง 28 ชิ้นก็ไม่สามารถอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องได้

3.  หน้าที่สะท้อน จากการค้นคว้าของแพทย์นักวิทยาศาสตร์ ชาวเยอรมันตะวันตกและสหรัฐอเมริกา ศตวรรษที่ 20 พบว่าร่างกายของคนเราสามารถแบ่งออกเป็นแถบพื้นที่ต่างๆได้ 10 แถบแต่ละแถบ จะไปสิ้นสุดอยู่ที่ฝ่าเท้า ตรงบริเวณที่เป็นพื้นที่สะท้อน ซึ่งเป็นพื้นที่ย่อยๆที่ฝ่าเท้า ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การทำงานของอวัยวะต่างๆได้ แต่เนื่องจากเส้นประสาทของร่างกายด้านซ้ายขวาจะมีการไขว้กันที่จุดท้ายทอย จึงทำให้สมองด้านขวาควบคุมการทำงานของร่างกายด้ายซ้าย สมองด้านซ้ายจะควบคุมการทำงานของร่างกายด้านขวา ดังนั้นจุดสะท้อนบนฝ่าเท้าของส่วนศีรษะตั้งแต่ท้ายทอยขึ้นไป ส่วนศีรษะด้านขวาจึงอยู่บนเท้าซ้าย ส่วนศีรษะด้านซ้ายจะอยู่บนเท้าขวา

พื้นที่สะท้อนของฝ่าเท้าสามารถแบ่งออกเป็น 4 ส่วนใหญ่ๆ คือ

1.       ปลายฝ่าเท้า เป็นพื้นที่สะท้อนของศีรษะ

2.       กลางฝ่าเท้า (บน) เป็นพื้นที่สะท้อนของทรวงอก

3.       กลางฝ่าเท้า(ล่าง) เป็นพื้นที่สะท้อนของช่องท้อง

4.       ส้นเท้า เป็นพื้นที่สะท้อนของเชิงกราน
นอกจากนี้ บริเวณฝ่าเท้ายังแบ่งเป็นพื้นที่สะท้อนย่อยๆ ของอวัยวะต่างๆ อีกมากมายและยังมีพื้นที่สะท้อนอีกส่วนหนึ่ง อยู่ที่บริเวณหลังฝ่าเท้า และข้อเท้าอีกด้วย

การนวดเท้าหากพบว่ามีก้อนคล้ายก้อนสีน้ำตาลใต้ผิวหนัง หรือเป็นปม เรียกว่า Crystalline/Gritty หรือเมื่อกดจะรู้สึกเจ็บแม้กดเบาๆอาจวิเคราะห์เบื้องต้นได้ว่าตำแหน่งของอวัยวะนั้นๆ บนฝ่าเท้ามีการเสียสมดุลหรืออาจมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น

การติดต่อ

74 ถ.ศรีสุนทร ซ.เชิงทะเล 16 ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต 83110
โทร: (094) 079-0009
Line ID: aphiwat.ng
มีคลังสินค้าที่ กทม. เพื่อความสะดวกในการจัดส่ง
Website: http://www.aolidathailand.com
Email: sale@aolidathailand.com

หมายเหตุ

สำคัญ: ข้อมูลและรายละเอียดต่างๆบนเว็บไซต์แห่งนี้ สงวนลิขสิทธ์ตามกฏหมาย ห้ามคัดลอก, เผยแพร่ หรือแจกจ่าย เนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งก่อนได้รับอนุญาติจากทางบริษัท มิเช่นนั้นจะถูกดำเนินคดีทางกฏหมาย.